คำตอบ:
ให้ไปติดต่อฝ่ายกรรมวิธีสรรพการพื้นที่ๆบริษัทเราตั้งอยู่ นำหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกอย่างไปด้วย ไปขอแก้ไขข้อมูลให้ถูต้องได้ค่ะ
ให้ไปติดต่อฝ่ายกรรมวิธีสรรพการพื้นที่ๆบริษัทเราตั้งอยู่ นำหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกอย่างไปด้วย ไปขอแก้ไขข้อมูลให้ถูต้องได้ค่ะ
ถ้าเดือนไหนที่ไม่มีบิลVAT.ขาย และบิลVAT.ซื้อ เลย ผู้ประกอบการในระบบVAT.ก็ยังต้องยื่นแบบ ภพ.30 โดยยื่นแบบเปล่าค่ะ
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 เราจะบันทึกยอดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี 2550 ไว้แล้ว ดังนี้
Dr. ภาษีเงินได้นิติบุคคล xxxx
Cr. ภาษีเงินได้นิติบุคคลจ่ายล่วงหน้า xxxx (คือภาษีที่บริษัทถูกหัก ณ ที่จ่ายระหว่างปี)
Cr. ภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย 1,000.-
ณ 12 ธันวาคม 2551 ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระเงิน
Dr. ภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย 1,000.-
Dr. ค่าเบี้ยปรับอาญา+เงินเพิ่มภาษี xxx
Cr. เงินสด 1,000+xxx
จำนวน 50,000.- บาทที่ตั้งค้างจ่ายไว้แต่ไม่มีการจ่ายจริงนั้น ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ให้ปรับปรุงรายการบัญชีกับกำไรสะสมค่ะ แล้วคำนวณกำไรหรือขาดทุนปี 2555 ใหม่ดูว่ากระทบกับภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ชำระไว้หรือไม่?
ถ้าปี 2555 บริษัทฯ มีผลกำไร ก็จะกระทบกับภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องยื่นปรับปรุง ภ.ง.ด.50 เพื่อชำระภาษีเพิ่มเติมพร้อมเงินเพิ่ม
ถ้าปี 2555 บริษัทฯ มีผลขาดทุน ก็จะต้องยื่นปรับปรุง ภ.ง.ด.50 เพื่อแก้ไขยอดขาดทุนปี 2555 ให้ถูกต้องโดยจะไม่มียอดภาษีที่ต้องชำระ และให้แก้ไขยอดขาดทุนย้อนหลังปี 2555 ให้ถูกต้องด้วยค่ะ
กรณีของกิจการที่บันทึกบัญชีในโปรแกรมโดยใช้ระบบ Periodic จะไม่มีการบันทึกรายการเคลื่อนไหวของสินค้า ดังนั้น ต้นทุนขายจะมาจาก สินค้าต้นงวด+ซื้อ-ยอดคงเหลือตาม Stock card ปลายงวด ทำให้ยอดที่เบิกใช้ส่วนตัวจะไม่ปรากฎในงบการเงินเพราะหัก กลบไปจากการคำนวณข้างต้น (ยอดหายไปจากยอดคงเหลือปลายงวดแล้ว) ทำให้ยอดเบิกใช้ส่วนตัวรวมอยู่ในต้นทุนขาย (สินค้าที่หายไป)
อย่างไรก็ดี หากมีการเบิกใช้สินค้าส่วนตัว อาจบันทึกบัญชีเพื่อให้สอดคล้อง เช่นสินค้าที่เบิกใช้มีมูลค่า 100 บาท จะบันทึกบัญชีดังนี้
Dr. ลูกหนี้หุ้นส่วน/กรรมการ (ผู้เบิกใช้) 107
Cr. ต้นทุนขาย 100
ภาษีขาย 7
หมายเหตุ การบันทึกด้านเดบิต อาจเป็นค่ารับรองได้ ในกรณีที่เบิกเพื่อนำไปให้ลูกค้า และการเบิกสินค้าใช้ส่วนตัว สรรพากรถือเป็นการขาย จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 แต่อาจไม่ต้องออกใบกำกับภาษี
การบันทึกบัญชีดังกล่าวข้างต้นเหมือนกันทั้ง 2 คำถามครับ
จากคำถามบอกว่าตรวจพบ 19/1/60 แล้วยื่นVAT. แล้วนั้นคือยื่นเดือน 1/60 ใช่มั้ยคะ?
ถ้ายื่นแล้วในเดือน 1/60 ก็ยื่นผิดค่ะ จะต้องออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี เป็นเดือน 12/59 ค่ะ แล้วทำแบบยื่นเพิ่มเติมปรับปรุงยอดให้ถูกต้องทั้งเดือน 12/59 ที่ยื่นไว้ขาด และเดือน 1/60 ที่ยื่นไว้เกินนะคะ
รายจ่ายในการจัดงานทำบุญประจำปีของบริษัทฯ ที่มีระเบียบกำหนดไว้เป็นการทั่วไปในบริษัทฯ โดยจัดขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ สร้างความสามัคคีกลมเกลียวให้กับพนักงานของบริษัทฯ ค่าใช้จ่ายต่างๆในการจัดงานทำบุญนั้นๆ ก็นำไปหักเป็นรายจ่ายได้ค่ะ
ทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์ หมายความว่า เครื่องอิเลคทรอนิดส์แบบอัตโนมัติทำหน้าที่เสมือนสมองกลใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อนโดยทางคณิตศาสตร์ ตลอดจนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อันได้แก่ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องข่วยหรือเครื่องประกอบกับคอมพิวเตอร์ รวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์
ดังนั้นจากคำถาม Printer ก็ถือเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ค่ะ
กรณีนี้แน่นอนว่าสรรพากรก็ต้องยึดยอดซื้อในใบกำกับภาษี พอคำนวณภาษีซื้อก็จะทำให้ภาษีซื้อไม่ถูกต้องคือเกินไป
จึงทำให้ภาษีที่แจ้งไว้นั้นเกินไปตามแบบที่ยื่นไปในเดือนนั้นๆ ก็ต้องยื่นแบบปรับปรุงยอดภาษีซื้อที่แจ้งเกินไป พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ก็คงต้องตามนั้นค่ะ
ผู้ประกอบการในระบบVAT.ไม่ว่าสินค้าจะมีมูลค่าเท่าไร? ก็ต้องออกใบกำกับภาษีค่ะ
ถึงแม้ว่าเราจะหักจากเงินงวด 2 แต่งวด 1 เราจ่ายเงินไปเดือน 11 แล้ว แต่ไม่ได้หัก ณ ที่จ่ายไว้ ดังนั้นต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นเดือน 11 แล้วนำส่งย้อนหลัง ก็จะเสียเฉพาะเงินเพิ่ม(ถ้าเดือน 11 เรามีแบบที่ยื่นปกติอยู่แล้ว) แต่ถ้าไม่มีแบบที่ยื่นปกติไว้ ก็จะมีค่าปรับอาญาที่ยื่นแบบเกินกำหนด 200.- บาทค่ะ
ก็กรอกติดลบไปตามนั้นค่ะ ยอดติดลบของภาษีขายก็ไปรวมกับยอดภาษีซื้อเป็นยอดภาษีซื้อเกินยกไปค่ะ
การคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ให้เข้าไปดูได้ใน Website กรณีศึกษานะคะ
ถ้าลูกค้าออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ลว.9/12/59 เราก็จะต้องออกใบกำกับภาษี ลว.9/12/59 เช่นกันค่ะ เพราะสรรพากรจะยึดหนังสือรับรองภาษีเป็นหลักว่ามีการจ่ายเงิน 9/12/59 แล้ว พอเราออกในกำกับเป็น 3/1/60 ก็กลายเป็นว่าเราออกผิดเดือน เท่ากับว่าเดือน 12/59 ไม่ได้ยื่น VAT ส่วนเดือน 1/60 กลายเป็นยื่นเกินไปค่ะ