คำตอบ:
ถ้าเราลืมยื่นแบบทาง Internet เราก็สามารถทำแบบ ภ.พ.30 แล้วนำไปยื่นที่สรรพการพื้นที่ได้ แต่อย่าลืมว่าจะต้องมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มด้วย เอกสารที่นำไปก็ มีแบบ ภ.พ.30 เท่านั้นค่ะ
ถ้าเราลืมยื่นแบบทาง Internet เราก็สามารถทำแบบ ภ.พ.30 แล้วนำไปยื่นที่สรรพการพื้นที่ได้ แต่อย่าลืมว่าจะต้องมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มด้วย เอกสารที่นำไปก็ มีแบบ ภ.พ.30 เท่านั้นค่ะ
กรณีนี้ไม่มีวิธีแก้อย่างอื่น นอกจากให้เขาออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องตามงวดงานที่จ่ายเงินจริง เพราะไม่เช่นนั้นสรรพกรจะยึดตามหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่เขาออก ก็กลายเป็นว่าอีก 2 งวดบริษัทก็ต้องออกใบกำกับภาษีเลยทั้งๆที่ยังไม่ได้รับเงิน ถ้าไม่ออกสรรพากรก็จะถือว่าออกล่าช้าต้องเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่มอีก ต้องให้เขาแก้ไขหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องตามที่จ่ายจริงเท่านั้นค่ะ
หน่วยงานราชการบางหน่วยงานก็หักภาษี ณ ที่จ่าย 1% จากยอดก่อนVAT บางหน่วยงานก็หักจากยอดรวม ดังนั้นเราจะไม่ดูว่าเขาหักจากยอดไหน แต่เราจะลงบันทึกว่าเขาหัก ณ ที่จ่ายเราเท่าไรเท่านั้น แต่ถ้าสามารถเคลียร์กับเขาได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ก็ตามนั้น ไม่มีข้อมูลอ้างอิงหรอก สุดท้ายสรรพากรก็เข้าใจหน่วยงานราชการเองค่ะ
ให้ดูรายละเอียดได้ในหนังสือปกตึกสรรพากร เรื่องเงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี ข้อ.3 (ก) (ข) ในหน้า168 และจะมีตัวอย่างให้ดูวิธีการคำนวณในหน้า 183 นะคะ
ให้เข้าไปดูในระบบว่าตอนบันทึกการขายเป็นเงินสดนั้น ระบบได้ผูกการบันทึกบัญชีด้าน Dr. ไว้กับบัญชีอะไร
ต.ย.เช่น ถ้าการขายเป็นเงินสด ระบบได้ผูกการบันทึกบัญชีไว้เป็น
Dr. เงินสดในมือ 5,400.-
Cr. ขาย 5,046.73
Cr. ภาษีขาย 353.27
อย่างนี้แล้ว เมื่อเรานำเงินสดไปฝากเข้าบัญชีธนาคารวันที่ 21/12/59 เราก็บันทึกดังนี้ คือ
Dr. เงินฝากธนาคาร 5,400.-
Cr. เงินสดในมือ 5,400.-
ข้อสังเกต: ให้ดูว่าระบบผูกด้าน Dr. ไว้กับบัญชีอะไร ก็ให้ Cr. บัญชีนั้นออกค่ะ
ประเด็นอากร กับภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายเป็นคนละประเด็นกันครับ
กรณีการปลอดอากรนั้น อาจเกิดขึ้นเพราะสินค้าหรือบริการไม่ได้ใช้ในประเทศ (เช่นพวก Duty free) จึงไม่ถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและ/หรืออากร แต่หากการซื้อสินค้าหรือบริการนั้นอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและเข้าเงื่อนไขในการหักภาษี ณ ที่จ่าย ลูกค้าจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยครับ (แม้ว่าบิลนั้นจะไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มก็ตาม)
ดังนั้นจากข้อคำถามทีมงานมีความเห็นว่าลูกค้าจะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้ด้วยครับ (หากเงินได้นั้นเข้าเงื่อนไขต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย)
1.กรณีนี้ถ้าเขาออกใบกำกับภาษีเป็นยอดที่หักยอดลดหนี้เรียบร้อย บริษัทเราก็ไม่ต้องยื่นใบลดหนี้ แต่ปกติถ้ามีการออกใบลดหนี้แลัว ใบกำกับภาษีจะต้องออกเป็นยอดเต็มนะคะ
2.กรณีนี้บริษัทผมยื่นภาษีซื้อ 11/59 ขาดไปครับ
3.ต้องทำแบบ ภ.พ.30 เดือน 11/59 ยื่นเพิ่มเติม
4.วิธีกรอกแบบ ภ.พ.30
-นำยอดซื้อในใบลดหนี้ กรอกในข้อ.(6.1) ยอดซื้อแจ้งไว้ขาด
-นำยอดภาษีซื้อในใบแจ้งหนี้ กรอกในข้อ.7 ภาษีซื้อเดือนนี้ ข้อ.9 ภาษีที่ชำระเกินเดือนนี้ และข้อ.12 ชำระเกิน
-การยื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อขอคืนภาษีนี้ ต้องลงชื่อในช่องการขอคืนภาษีด้วย และเตรียมเอกสารตามข้อเท็จจริงให้พร้อมเพราะก่อนคืนภาษีสรรพากรจะเรียกเอกสารไปตรวจสอบก่อนค่ะ
รบกวนสอบถามคะ
ในการซื้อสินค้า กรณีได้บิลใบกำกับภาษีมาแล้วในบิลระบุมูลค่าก่อนภาษี 228.07 ภาษีซื้อ 15.39 รวมทั้งสิ้น 244 บาท แบบนี้ใช้ภาษีซื้อได้ไหมคะ เพราะถ้าคิดกลับแล้ว ภาษีซื้อduff 0.3 ควรทำอย่างไรดีคะเพราะบิลลูกค้าบอกแก้ไม่ได้เป็นที่ระบบคะ
ขอบคุณมากๆ คะ
ยอดรวมทั้งสิ้น 244.- บาท ถ้าถอด VAT ออกมาจะได้ค่าสินค้า 228.04 บาท และภาษีซื้อ 15.96 บาท ดูแล้วไม่ถูกทั้งสองยอด โดยเฉพาะภาษีซื้อผิดไปเยอะเลย ให้ปลอดภัยไม่ต้องนำภาษีซื้อนี้ไปใช้หรอก นิดเดียวเอง ลงเป็นภาษีซื้อที่ไม่ขอคืนไปเลยค่ะ
ขอรบกวนสอบถามค่ะ ยื่นภาษีซื้อเกิน โดยนำเอกสารภาษีซื้อของเดือน 11 ไปยื่นปนกับเอกสารซื้อของเดือน 10 ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้างคะ ต้องยืนเพิ่มเติมหรือไม่ หรือว่าภาษีซื้อเดือน 11 ยื่นต่อไปได้เลยโดยหักเอกสารใบนั้นออก ขอบคุณมากค่ะ
เดือน 11 – ก็เอาใบกำกับภาษีเดือน 11 นั้นยื่นไปตามปกติ
เดือน 10 – ต้องทำแบบ ภ.พ.30 ยื่นเพิ่มเติม เพื่อนำส่ง VAT. ในส่วนภาษีซื้อที่ยื่นเกินไป ซึ่งเป็นผลให้เรายื่น VAT.ขาดไปในเดือน 10 นั่นเอง โดย กรอกแบบ ภ.พ.30 ดังนี้
1.นำยอดซื้อเดือน 11 ที่นำไปยื่นในเดือน 10 กรอกใน ข้อ.(1.2) ยอดซื้อแจ้งไว้เกิน และ ข้อ.4 ยอดขายที่ต้องเสียภาษี
2.นำยอดภาษีซื้อเดือน 11 ที่นำไปยื่นในเดือน 10 กรอกใน ข้อ.5 ภาษีขายเดือนนี้ ข้อ.8 ภาษีที่ต้องชำระเดือนนี้ และ ข้อ.11 ต้องชำระ
3.คำนวณเงินเพิ่มและเบี้ยปรับใน ข้อ.13 และ ข้อ.14
4.รวมยอด ข้อ.15 รวมภาษี เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับที่ต้องชำระ
การคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่มดูได้ใน Website กรณีศึกษาค่ะ
เปิดบิลขายแล้วยื่นภาษีขายไปแล้ว ลูกค้าแจ้งสินค้ามีปัญหาให้ทำใบลดหนี้บิลเก่ามา แล้วเปิดบิลใหม่ยอดเท่าเดิม อยากทราบว่าเวลาจะยื่นภพ30 เราต้องยื่นยอดขายใหม่ไหมหรือหักลบจากใบลดหนี้แล้วเท่ากับ0ได้เลยค่ะ
ในรายงานภาษีขายจะกรอกทั้งใบกำกับภาษีขายที่ออกใหม่ และใบลดหนี้ที่ออกด้วย แต่ยอดขายและภาษีขายในใบลดหนี้จะเป็นยอดติดลบ ดังนั้นทั้งยอดขายและภาษีขายของทั้ง 2 ใบนี้ ก็จะหักลบกันไปเป็นศูนย์เองค่ะ
รบกวนสอบถามคะ
กรณีพนง.ใช้เงินส่วนตัวออกค่าใช้จ่ายให้บริษัทในวันที่1 แล้วนำบิลไปเบิกคชจ.ในวันที่2 ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้นต้องมีหัก ณ ที่จ่าย ดังนั้นรบกวนสอบถามคะว่า วันที่ออกหัก ณ ที่จ่ายควรเป็นวันที่ 1 หรือ 2 คะ เพราะใบเสร็จรับเงินที่ได้รับมาเป็นวันที่1 แต่บริษัทบันทึกบัญชีวันที่2 คะ
ขอบคุณมากคะ
ให้ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามวันที่ในใบเสร็จรับเงิน เพราะจะได้ไม่มีปัญหากับผู้ถูกหัก กรณีที่ข้ามเดือนไปเป็นคนละเดือนกันค่ะ
สอบถามเรื่องค่าตอบแทนกรรมการ
ทางบริษัทจ่ายค่าตอบแทนกรรมการท่านี้ทุกเดือนๆละเท่าๆกันและนำส่ง ภงด .1 ในแต่ละเดือนโดยหัก ณ ที่จ่าย 10%
อยากทราบว่าทำไมต้องหัก 10%
เพราะค่าตอบแทนกรรมการอยู่ใน 40(2) ไม่ใช่คิดอัตราก้าวหน้า หรอคะ
การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการที่เข้ามาทำงานให้บริษัทเป็นประจำทุกเดือนๆละเท่าๆกัน ถือเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ยื่น ภ.ง.ด.1 และการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายก็ให้คำนวณตาม มาตรา.50(1) คือ คำนวณเหมือนเงินเดือนเลยค่ะ
อยากสอบถามว่า พนักงานบัญชี นำใบกำกับภาษีซื้อของเดือน 9 มาทำเคลม ในเดือน 8 อันนี้เราสามารถแก้ปัญหาได้ยังไงคะ
ภาษีซื้อเราจะนำมาให้ก่อนล่วงหน้าไม่ได้ แต่กรณีนี้เอาภาษีซื้อเดือน 9 มาเคลมในเดือน 8 ก็ถือว่า เดือน 8 เราได้แจ้งภาษีซื้อเกินไป วิธีแก้ก็คือ ให้ทำแบบ ภ.พ.30 เดือน 8 ยื่นเพิ่มเติมเพื่อนำส่งภาษีขายที่เรายื่นขาดไป ซึ่งเท่ากับยอดภาษีซื้อที่เราแจ้งเกินนั่นเอง โดยกรอกแบบ ภ.พ.30 ดังนี้
1.นำยอดซื้อเดือน 9 ดังกล่าว กรอกใน ข้อ.(1.2 ) ยอดซื้อแจ้งไว้เกิน และข้อ.4 ยอดขายที่ต้องเสียภาษี
2.นำภาษีซื้อเดือน 9 นั้น กรอกใน ข้อ.5 ภาษีขายเดือนนี้ ข้อ.8 ภาษีที่ต้องชำระเดือนนี้ และข้อ.11 ต้องชำระ
3.คำนวณเงินเพิ่มและเบี้ยปรับใน ข้อ 13 และข้อ.14
4.รวมยอดใน ข้อ.15 รวมภาษี เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับ ที่ต้องชำระ
การคำนวณเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มให้ดูได้ใน Website กรณีศึกษา นะคะ