คำตอบ:
จากคำถาม หากหมายถึงการลงยอดต่ำไปในแบบ ภ.พ.30 ก็ให้ยื่นแบบ ภ.พ.30
ของเดือนนั้นๆเพิ่มเติมโดย Tik ข้อ.1.1 ยอดขายแจ้งไว้ขาด
เพื่อนำส่งยอดภาษีขายที่แจ้งไว้ขาดพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
จากคำถาม หากหมายถึงการลงยอดต่ำไปในแบบ ภ.พ.30 ก็ให้ยื่นแบบ ภ.พ.30
ของเดือนนั้นๆเพิ่มเติมโดย Tik ข้อ.1.1 ยอดขายแจ้งไว้ขาด
เพื่อนำส่งยอดภาษีขายที่แจ้งไว้ขาดพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
ให้ยื่นเพิ่มเติมในส่วนภาษีซื้อที่แจ้งไว้เกินของเดือน มิย. พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
ส่วนยอด”ภาษีที่ชำระเกินยกมา”ในเดือนอื่นๆ ก็ให้ยื่นไปตามปกตินะคะ
ก็ต้องยื่นแบบเพิ่มเติมใหม่ ทั้งเดือนที่ยื่นเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ที่ผิดคือ พค.
และเดือนที่ต้องยื่นเพิ่มเติมแต่กลับไม่ได้ยื่นนั่นเอง ดังนี้
1.เดือน พค. ที่ยื่นเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ไปผิด ก็ยื่นเพิ่มเติมครั้งที่ 2
เพื่อขอคืนภาษีที่ยื่นเพิ่มเติมผิดซึ่งยื่นเกินไป
อย่าลืมลงชื่อในช่องการขอคืนภาษีด้วยนะคะ
2.ส่วนเดือนที่ต้องยื่นเพิ่มเติมแต่กลับไม่ได้ยื่นนั้น ก็ให้ยื่นเพิ่มเติมครั้งที่ 1
เพื่อนำส่งภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
ยอดจะหายไปจากแบบ ภ.พ.30 นะคะ คือจะนำยอดดังกล่าวยกยอดมาใช้ในแบบ
ภ.พ.30 ในเดือนต่อไปอีกไม่ได้แล้วนั่นเอง จะต้องขอคืนเป็นเงินสดเท่านั้น
โดยยื่นแบบ ค.10 ขอคืนนะคะ ให้แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ
การที่เรายกยอดเครดิตภาษีซื้อเกินจากเดือน ธค.63 มาผิดสูงไป 1,000.-บาท
ก็จะทำให้เรานำส่ง VAT ของเดือน มค.64 ต่ำไป 1,000.-บาทเช่นกัน
ดังนั้นให้ยื่นแบบเพิ่มเติม มค.64 โดยจะเป็นยอดซื้อและภาษีซื้อที่แจ้งไว้เกิน เพื่อนำส่ง
VAT ที่แบบปกติยื่นขาดไป 1,000.-บาท
หากมีการยื่นเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลาก็จะไม่มีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มค่ะ
การกรอกยอดยกมาผิด ส่วนที่ขาดไปนั้นจะไม่สามารถยกยอดต่อไปได้
ต้องขอคืนด้วยแบบ ค.10 เท่านั้น แต่ถ้าไม่ขอคืนก็ให้บันทึกบัญชีเป็น
“ภาษีซื้อที่ไม่ขอคืน” ได้ค่ะ และอย่าลืมว่าบัญชีนี้เป็นรายจ่ายต้องห้ามนะคะ
ซึ่งต้องบวกกลับตอนสิ้นปีที่คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลค่ะ
การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในใบลดหนี้
ด้านผู้ออกใบลดหนี้ จะให้ใช้ในเดือนที่ออกใบลดหนี้
ด้านผู้รับใบลดหนี้ จะให้ใช้ในเดือนที่ได้รับใบลดหนี้
แต่มีการออกใบลดหนี้ตั้งแต่ปี 62 นี่ก็ปลายปี 63 แล้ว จะอ้างว่าเพิ่มได้รับ
ดูมันจะนานเกินเหตุไป
ก็ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ของเดือนในใบลดหนี้เลย
เพื่อนำส่งภาษีซื้อที่ลดลงตามยอดในใบลดหนี้ พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
(วิธีคำนวณอยู่ในWebsite)
ตัวอย่าง:
31/7/62 บันทึกภาษีมูลค่าค้างจ่าย กค.62
Dr.ภาษีขาย 200
Cr.ภาษีซื้อ 140
Cr.VATค้างจ่าย 60
15/8/62 นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม กค.62
Dr.VAT ค้างจ่าย 60
Cr.เงินสด 60
1/1/63 บันทึกรายการปรับปรุงเจ้าหนี้ตามใบลดหนี้ ลว…/../62
Dr.เจ้าหนี้ 1,070
Cr.ภาษีซื้อ 70Cr.รายจ่าย 1,000 (กรณียอดไม่ได้มากจนมีสาระสำคัญ หากเป็นซื้อ
Cr.สินค้าคงเหลือยกมา)
15/12/63 บันทึกการยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือน…/62 (ในใบลดหนี้) เพิ่มเติมครั่งที่..
สำหรับยอดในใบลดหนี้
Dr.ภาษีซื้อ 70
Dr.เบี้ยปรับเงินเพิ่ม xx
Cr.เงินสด 70+xx
15/12/63 บันทึกการยื่นแบบ ค.10 เดือน../62 (ในใบลดหนี้)
Dr.ลูกหนี้กรมสรรพากร 70
Cr.ภาษีซื้อ 70
ตย. สมมติเดือนนี้ไม่มียอดขาย ได้รับใบลดหนี้ 1,000.- VAT 70.-
และมียอดภาษีที่ชำระเกินยกมา 500.- กรอกแบบดังนี้
กรอกยอดซื้อในใบลดหนี้ ในข้อ.6 เป็นยอดติดลบ (1,000.-)
กรอกภาษีซื้อในใบลดหนี้ ในข้อ.7 เป็นยอดติดลบ (70.-)
กรอกภาษีซื้อในใบลดหนี้ ในข้อ.8 เป็นยอดติดบวก 70.-
กรอกยอดภาษีที่ชำระเกินยกมา ในข้อ.10 = 500.-
กรอกยอดภาษีที่ชำระเกินยกไป ในข้อ.12 = 430.-
1.เมื่อมียอดภาษีที่ชำระเกินยกมาของเดือนก่อนหน้าคือ ตค.63
แต่ไม่ได้ยกมาใช้ในเดือน พย.63 โดยกรอกในข้อ.10 ทำให้ยอดยกมาของเดือน
ตค.63 (ที่ไม่ได้ยกมานั้น) หมดสิทธิที่จะนำมายกยอดต่อไปได้แล้ว ต้องยื่นแบบ ค.10
ที่สรรพากรพื้นที่เพื่อขอคืนภาษีเป็นเงินสดเท่านั้นโดยให้แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งห
มดด้วย
2.ส่วนแบบ ภ.พ.30 เดือน พย.63 ที่ไม่ได้ Tik
ในช่องที่จะนำไปใช้ในเดือนถัดไป(ยื่นออนไลน์) ก็เท่ากับว่าเราจะขอคืนเป็นเงินสด
ซึ่งแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
เพราะก่อนกดยืนยันการยื่นแบบจะมีข้อความถามและเตือนแล้วค่ะ
ภาษีซื้อเดือน เมษายน 63 จะใช้ได้ภายใน 6 เดือน คือ พฤษภาคม-ตุลาคม 2563
แต่นี่เลย 6 เดือนแล้วนะนำไปใช้คำนวณหักกับภาษีขายไม่ได้ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30
เพิ่มเติมของเดือน เมย.63 ขอคืนเป็นเงินสดเท่านั้น
และในแบบก็อย่าลืมเซ็นชื่อในช่องการขอคืนภาษีด้วย
แต่ถ้ายอดมันไม่มากและไม่อย่างยุ่งยากก็บันทึก”ภาษีซื้อ”เป็น”ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ไม่ขอคื
น”เลย ซึ่งบัญชี”ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ไม่ขอคืน”นี้ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามนะ
ต้องบวกกลับตอนคำนวณภาษีเงินได้ฯตอนสิ้นรอบบัญชีด้วย
ส่วนยอดภาษีชำระเกินยกมานั้น ยกมาเท่าไหร่ก็ต้องใช้เท่านั้น
อย่าแตะไม่เช่นนั้นจะถือว่ายอดยกมาผิดเลย
หากสรรพากรตรวจพบก็จะเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้
สำหรับใบกำกับภาษีซื้อเดือน 1
1.การบันทึกบัญชี จะบันทึกตามวันที่ในใบกำกับภาษี คือเดือน 1
2.การนำภาษีซื้อไปใช้ในเดือน 2 ก็จะปิดบัญชีภาษีซื้อในเดือน 2 ค่ะ
แนะนำ
การบันทึกรายการสรุปปิดบัญชีภาษีขาย-ภาษีซื้อ ในแต่ละเดือน
อย่าปิดเข้าบัญชีลูกหนี้กรมสรรพากร หรือบัญชีเจ้าหนี้กรมสรรพากร
เพราะรายการบันทึกบัญชีทั้ง 2
ขานี้มันจะไม่มีโอกาสมาเจอกันจนกว่าเราจะจับมันมาเจอกันเอง
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะลืมดูทั้ง 2 ขา และลืมจับมันมาเจอกันในทุกๆเดือน ดังนั้น
แนะนำให้บันทึกบัญชี ดังนี้
1.เดือน 1/63 มีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย
31/1/63 บันทึกภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย เดือน 1/63
Dr. ภาษีขาย 100.-
Dr. ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย 280.- (หมวด2)
Cr.ภาษีซื้อ 380.-
(จะเห็นว่าเดือนนี้ VAT.ค้างจ่ายอยู่ด้าน Dr.ก็ถือว่าเป็นภาษีซื้อเกินยกไปเดือน 2/63)
2. เดือน 2/63 มีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ
28/2/63 บันทึกภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย เดือน 2/63
Dr. ภาษีขาย 490.-
Cr.ภาษีซื้อ 175.-
Cr.ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย 315.- (หมวด2)ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย
31/1/63 ปิดบัญชีภาษีขาย-ซื้อ
280.-28/2/63 ปิดบัญชีภาษีขาย-ซื้อ
315.-28/2/63 ยอด VAT.ต้องชำระ
35.-315.- 315.- (จะเห็นได้ว่าทั้งเดือน 1/63 และเดือน 2/63 ยอดตามบัญชีแยกประเภทจะตรงกับแบบ
ภ.พ.30 ที่ทำขึ้นในแต่ละเดือน)
ต้องใช้ยอดในข้อ.16 ซึ่งเป็นยอดภาษีที่ชำระเกิน
หลังจากหักเงินเพิ่มและเบี้ยปรับแล้ว
การยื่นแบบผ่านระบบอินเตอร์เน็ทนั้น กรมสรรพากรได้ขยายเวลาให้อีก 8 วัน นั่นคือ
จะยื่นได้ถึงวันที่ 23/11/63 แต่หากเดือนไหนวันที่ 23
ตรงกับวันหยุดราชการก็จะเลื่อนไปเป็นวันเปิดราชการถัดไปค่ะ
สำหรับการยื่นแบบไม่ทันจริงๆ ก็จะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ให้ดูวิธีการคำนวณใน
Website“บัญชีภาษีอากร”
เมื่อยกเลิกใบกำกับภาษีของเดือน 10 โดยลงวันที่เดิมแล้ว
ส่วนรายการและยอดเงินก็แก้ไขให้ถูกต้อง
1.ยอดที่นำส่งเกินก็ขอให้ขอคืนโดย ยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือน 10 เพิ่มเติม
กรอกในข้อ.6.2 ยอดขายแจ้งไว้เกิน และให้ลงชื่อในช่องการขอคืนภาษีด้วย
2.ใบกำกับภาษีที่แก้ไขใหม่ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว เพราะเราได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือน
10 เพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงยอดขายที่แจ้งยอดเกินไปแล้วนั่นเอง
3.ใบกำกับภาษีที่แก้ไขใหม่ เมื่อไม่ต้องทำอะไรแล้วก็ไม่มีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มค่ะ
ให้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือน 9/63 เพิ่มเติม กรอก ข้อ 1.2 ยอดซื้อแจ้งไว้เกิน
(เท่ากับยอดซื้อเดือน 10 ที่นำมายื่นในเดือน 9) พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
(ดูวิธีคำนวณใน Website บัญชีภาษีอากร)
ส่วนยอดซื้อเดือน 10 ดังกล่าว ให้นำไปยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือน 10 ตามปกติค่ะ
ถ้าเดือนที่แล้วปิดบัญชีภาษีซื้
การบันทึกรายการสรุปปิดบัญชีภาษีขาย-ภาษีซื้อ ในแต่ละเดือน อย่าปิดเข้าบัญชีลูกหนี้กรมสรรพากร หรือบัญชีเจ้าหนี้กรมสรรพากร เพราะรายการบันทึกบัญชีทั้ง 2 ขานี้มันจะไม่มีโอกาสมาเจอกันจนกว่าเราจะจับมันมาเจอกันเอง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะลืมดูทั้ง 2 ขา และลืมจับมันมาเจอกันในทุกๆเดือน ดังนั้น แนะนำให้บันทึกบัญชี ดังนี้
1. เดือน 1/63 มีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย
31/1/63 บันทึกภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย เดือน 1/63
Dr. ภาษีขาย 100.-
Dr. VAT.ค้างจ่าย 280.- (หมวด2)
Cr.ภาษีซื้อ 380.-
(จะเห็นว่าเดือนนี้ VAT.ค้างจ่ายอยู่ด้าน Dr.ก็ถือว่าเป็นภาษีซื้อเกินยกไปเดือน 2/63)2. เดือน 2/63 มีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ
28/2/63 บันทึกภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย เดือน 2/63
Dr. ภาษีขาย 490.-
Cr.ภาษีซื้อ 175.-
Cr.VAT.ค้างจ่าย 315.- (หมวด2)ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย
31/1/63 ปิดบัญชีภาษีขาย-ซื้อ 280.- 28/2/63 ปิดบัญชีภาษีขาย-ซื้อ 315.- 28/2/63 ยอด VAT.ต้องชำระ 35.- 315.- 315.- (จะเห็นได้ว่าทั้งเดือน 1/63 และเดือน 2/63 ยอดตามบัญชีแยกประเภทจะตรงกับแบบ ภ.พ.30 ที่ทำขึ้นในแต่ละเดือน)
3. ยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือน 2/63 พร้อมนำส่งภาษี
15/3/63 ยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือน 2/63
Dr. VAT.ค้างจ่าย 315.- (หมวด2)
Cr.เงินสด 315.-
เนื่องจากได้ยื่นแบบเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ของ บริษัทฯ ในเดือนภาษี สิงหาคม 2563 ซึ่งมียอดชำระเกิน ตั้งแต่เดือนเมษายน จนถึง เดือนกรกฎาคม (แต่ไม่ได้นำจำนวนเงินชำระเกินพันยอดมาใส่ในข้อ 10 ของตั้งแต่เดือน พฤษภาคม จนถึงเดือนกรกฎาคม จึงทำให้กรมสรรพากรยึดยอดเดือนล่าสุดของภาษีที่ยกมา ทำให้กรอกจำนวนเงินผิด ในรายละเอียดการกรอกแบบในข้อที่ 10 ภาษีที่ชำระเกินยกมา ยื่นแบบผ่านระบบอินเตอร์เน็ตในวันที่ 23 กันยายน 2563 ซึ่งได้รับการแจ้งว่ากรอกรายละเอียดในข้อที่ 10 ผิด ในวันที่ 28 กันยายน 2563 จากกรมสรรพากรสำนักงานใหญ่ บริษัทฯ จึงได้ทำการชำระภาษีในยอดที่ถูกต้องแล้วเสร็จเป็นจำนวนเงิน ณ กรมสรรพากรพื้นที่ ในวันที่ 29 กันยายน 2563
ซึ่งแน่นอนว่าต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 1.5 ของจำนวนเงินภาษีที่ยื่นผิด ในส่วนนี้ต้องนับวันที่ผิดจนถึงวันที่ชำระถูกต้องแล้วเสร็จใช่ไหมคะ
แต่ทางเจ้าของกิจการได้รับการแจ้งจากผู้ตรวจสอบว่า ทำการขอลดอัตราเงินเพิ่มเป็นอัตราร้อยละ 0.5 ของจำนวนเงินที่ยื่นผิด มีโอกาสได้รับการอนุมัติอันนี้มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนค่ะ ?
ปกติแล้ว ยอดภาษีที่ชำระเกินที่เรายกยอดพันไปใช้ในเดือนถัดไปนั้น หากเดือนไหนลืมพันยอดไปแล้ว ในเดือนต่อไปก็จะไม่มีสิทธิ์พันยอดไปอีก ก็ให้ยื่น ค.10 ขอคืนเป็นเงินสดเท่านั้น
การนับวันที่ยื่นผิด ก็จะนับตั้งแต่เดือนที่เราไม่มีสิทธิ์ คือ เดือน 9/63
การยื่นขอลดหรืองดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มนั้น จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาข้อเท็จจริงของกรมสรรพากรว่าสมควรจะลดหรืองดให้หรือไม่? ซึ่งตอบหรือคาดการณ์ไม่ได้จริงๆค่ะ
ในรายงานภาษีซื้อเดือน8 ลงบิลซื้อค่าบริการที่เป็นค่
จากคำถาม แสดงว่าเดือน 8/63 เราได้แจ้งยอดซื้อเกินไป
ก็เอายอดที่แจ้งเกินไปนั้นมาทำแบบเดือน 8/63 ยื่นเพิ่มเติมในข้อ.1.2
ยอดซื้อแจ้งไว้เกิน เพื่อนำส่งภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (ดูการคำนวณใน website
บัญชีภาษีอากรค่ะ
แจ้งยอดภพ.30ผิด โดยชำระเกินจริงเพราะบวกลบภาษี
ขอคืนได้อยู่แล้วค่ะ ก็ทำแบบ ภ.พ.30 ยื่นเพิ่มเติมของเดือนที่ผิด
ดูว่าผิดตรงไหนก็ยื่นไปตามนั้น ในแบบก็ลงชื่อในช่องขอคืนภาษีด้วย
ส่วนควรหรือไม่นั้น
ก็ให้ดูยอดที่ขอคืนว่ามากพอและคุ้มกับการที่จะต้องไปพบเจ้าหน้าที่สรรพากรหรือไม่
แต่ถ้ามียอดเล็กน้อยก็ไม่ขอคืนก็ได้ค่ะ
ยื่น ภพ.30 ผิดบริษัท โดยเอายอดเครดิตภาษีชำระไว้เกิ
เมื่อเรานำยอดภาษีซื้อที่ชำระเกินยกมา ทั้งๆที่ไม่มี
ก็แสดงว่าเราแจ้งภาษีซื้อไว้เกินในเดือนนี้
ให้ยื่นแบบเพิ่มเติมโดยนำยอดเกินที่ยื่นผิดไปเป็นยอดภาษีซื้อที่แจ้งไว้เกิน
เพื่อนำส่งภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
จากคำถามมีทั้งต้องยื่นปรับปรุงทั้ง ภาษีขาย ภาษีซื้อ และภาษีเกินยกมาผิด
ให้กรอกแบบ ภ.พ.30 ยื่นเพิ่มเติม ดังนี้
1.ยอดขายในเดือนนี้ ให้ Tik ทั้ง 1.1 ยอดขายแจ้งไว้ขาด (คือ
ยอดขายที่ไม่ได้ยื่นแบบ)1.2 ยอดซื้อแจ้งไว้เกิน (คือ
ยอดซื้อของยอดภาษีเกินที่ยกมาผิด)
นำยอดของทั้ง 2 ข้อมารวมกันแล้วกรอก
4.ภาษีขายเดือนนี้ (คือ ยอด VAT.รวมจากข้อ 1)
6.ยอดซื้อทีมีสิทธินำภาษีซื้อมาหักฯ Tik 6.1 ยอดซื้อแจ้งไว้ขาด (คือ
ยอดซื้อที่ไม่ได้ยื่นแบบ)
7.ภาษีซื้อเดือนนี้ (คือ ยอดภาษีซื้อของข้อ 6)
จากนั้นก็หาผลต่าง ว่ามีภาษีที่ต้องชำระหรือไม่ ถึงแม้ไม่มียอดภาษีต้องชำระ
ก็อย่าลืม! คำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่มด้วย (ให้ดูการคำนวณใน web กรณีศึกษา)
ส่วนยอดที่เรายกยอดมาผิดในแบบที่ยื่นปกติ
ในเดือนถัดไปก็ให้ยกไปได้ตามปกตินะคะ เพราะเราได้ยื่นปรับปรุงยอดแล้วค่ะ
สมมติว่า นายA รับเงินจากลูกค้าและถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่าย แต่พอถึงเวลาเขาไม่ได้ยื่นภาษี ภ.พ.30 ของรายรับยอดนั้น เขาจะสามารถนำใบ หัก ที่จ่ายไปขอรับเงินคืนได้หรื
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นคนละตัวกัน
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เมื่อเราถูกหักไปแล้วก็นำมาเครมตอนยื่นแบบได้
ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากไม่ได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เพื่อนำส่งภาษี ก็ต้องรับผิดในส่วน
VAT.ไป ไม่เกี่ยวกันค่ะ
ตั้งแต่เดือน1/63-ด6/63 ยอดซื้อมากกว่ายอดขาย ต้องขอคืนภาษีใช่มั้ยค่ะ แต่พอมา ด7/63ยอดขายมากกว่าซื้อจึงต้
ปกติกรณียื่นแบบ ภ.พ.30 ในแต่ละเดือนที่มียอดภาษีซื้อเกินกว่าภาษีขาย
ก็มักจะยกยอดไปใช้ในเดือนถัดไปโดยพันยอดไปเรื่อยๆพอเดือนไหนที่มีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อก็จะพันยอดภาษีซื้อที่เกินมาหักได้เลย
จะไม่ขอคืนภาษีในทุกๆเดือนที่มีภาษีซื้อเกิน แต่หากในทุกเดือนมีการขอคืนไปแล้ว
ก็จะไม่มียอดที่จะนำมาหักในแบบอีกแล้วค่ะเนื่องจากได้ขอคืนในแต่ละเดือนไปหมดแล้วนั่นเอง
กรณีเดือนนี้ ยื่น ภพ.30 ออนไลน์ไป แต่กรอก ยอดยกมา ไม่ตรงกับ ยอดชำระเกินในเดือนที่แล้ว ในกรณีแบบนี้แก้ไขแบบไหนได้บ้
กรณีที่ยกยอดจากเดือนก่อนมาผิด
1.ยกมาขาด ก็ยกต่อไปได้ตามที่ยกมานั้น ส่วนที่ขาดก็ให้ขอคืนด้วยแบบ ค.10
หรือตัดเป็นภาษีซื้อที่ไม่ขอคืน ซึ่งเป็นรายจ่ายต้องห้าม
2.ยกมาเกิน ให้ยื่นแบบสำหรับเดือนที่ยกมาเกิน โดยถือเป็นภาษีซื้อที่แจ้งไว้เกิน
เพื่อนำส่งภาษีพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มค่ะ
ในกรณีที่เราเปิดบิลขายซ้ำ แล้วยืนภพ.30 เดือนกรกฎาคมไปแล้ว โดยเรายื่นเพิ่มเติม กรอกตัวเลขที่ช่อง 6.2 สามารถนำมาเครดิตภาษีเดือนสิ
จำนวนเงิน 33,392.53
ภาษีขาย 2,337.47
รวมเงิน 35,730.00
กรณีที่ยื่นแบบเพิ่มเติม จะใช้วิธียกยอดไปใช้ในเดือนถัดไปไม่ได้
ต้องขอคืนเป็นเงินสดเท่านั้นค่ะ
ขอสอบถามค่ะ
– กิจการจดทะเบียนขายสินค้าแบบมี VAT และมีกรณีที่กิจการออกใบกำกั
– กิจการต้องนำส่ง Vat ขาย เพิ่มเติมยังไงค่ะ
– ในกรณีที่กิจการจดทะเบียนขายสิ
ขอบคุณค่ะ
1.ควรออกใบกำกับภาษีย้อนหลังและถ้าเป็นไปได้ให้นำไปเปลี่ยนให้ลูกค้าด้วย
เพราะเมื่อกิจการอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
ทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการต้องออกใบกำกับภาษี
2.ยื่นแบบ ภ.พ.30 ในเดือนที่ออกใบกำกับภาษีย้อนหลัง
เพื่อนำส่งภาษีพร้อมคิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (ดูการคำนวณใน website กรณีศึกษา)
3.กิจการจะซื้อจาก Supplier ที่ Non-VAT ได้ค่ะ แต่ต้องได้หลักฐานคือใบเสร็จมาด้วย
ก็แค่กิจการก็ไม่ต้องจ่าย VAT และก็ไม่มี VAT มาเครม คือ เมื่อไม่ได้จ่ายก็ไม่ได้เครม
อยากสอบถามว่า ถ้าเดือน 5/63 จ่ายเดือน 6 ไม่ได้ยื่น ภพ.30 แล้วเดือน ถัดไปมายื่น ซึ่งไม่มียอดซื้
เมื่อเดือน 5/63 ไม่ได้ยื่นแบบและมียอดภาษีซื้อเกินยกมาด้วย
แล้วไปยื่นแบบเดือน 6/63 เลย ดังนั้นแบบเดือน 6/63
นี้จะยกยอดภาษีซื้อที่เกินนั้นมาไม่ได้เพราะถ้าขาดช่วงแล้วจะยกยอดต่อไปไม่ได้ค่ะ
แล้วให้ยื่นแบบเดือน 5/63
ซึ่งจะเป็นแบบปกติแต่ยื่นเกินกำหนดเวลาก็จะมีค่าปรับอาญา เท่าไหร่? นั้นให้ดูใน
Website กรณีศึกษานะคะ
ซึ่งยอดภาษีซื้อเกินนั้นก็ให้ขอคืนโดยเซ็นในช่องการขอคืนภาษี
ถ้าไม่ขอคืนก็ไม่ต้องเซ็นแล้วให้บันทึกบัญชีเป็น”ภาษีซื้อที่ไม่ขอคืน”
ซึ่งจะเป็นรายจ่ายต้องห้ามนะคะ
กรณีที่เราเอาใบเสร็จรับเงิ
เดือน 04 ได้นำใบกำกับฉบับจริงเคลม vat ไปแล้ว
ต่อมาเดือน 05 นำใบเสร็จรับเงินที่ไม่ใช่
ในเดือน 06 มีวิธีทำให้ถูกต้องอย่างไรบ้
ให้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติมเดือน 05 เพื่อนำส่งภาษีซื้อที่แจ้งไว้เกิน
พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (วิธีคำนวณให้ดูใน website กรณีศึกษา) ให้กรอกแบบใน
ข้อ.(1.2) ยอดซื้อแจ้งไว้เกิน ,ข้อ.5 ภาษีขายเดือนนี้ ,ข้อ.8 ภาษีที่ต้องชำระเดือนนี้
รวมถึง ข้อ.11,13,14,15 นะคะ
สอบถามค่ะ
ยื่นแบบ ภ.พ.30 ใส่ยอดจำนวนชำระเกิน(ข้อ12)ไป 10,000 บาท
ต้องทำอย่างบ้างค่ะ
แต่ว่าเรายื่นแบบชำระเกินอยู่
1.กรณีที่มีภาษีที่ชำระไว้เกินใน ข้อ.12 หากเราไม่ได้เซ็นชื่อในช่องการขอคืนภาษี
จะถือว่าเราต้องการยกยอดไปใช้ในเดือนถัดไป
2.ในเดือนต่อไป ให้ยกยอดภาษีที่ชำระเกินยกมาใน ข้อ.10 นะคะ
ถ้าเรายื่น ภพ.30 ในเดือนเมย.63 เป็นเครดิตภาษีไว้ แล้วเดือนพค.63 ไม่ได้ยกเครดิตภาษีมาแถมยังยื่
1.ภาษีซื้อที่เกินในเดือน เม.ย.63 ไม่ได้ยกยอดมาใช้ในเดือน พ.ค.63
ก็จะยกมาใช้ต่อไปไม่ได้แล้วนะคะ ให้ยื่นแบบ ค.10
ขอคืนเงินภาษีซื้อเกินที่ไม่ได้ยกยอดมานั้น
2.ส่วนเดือน พ.ค.63 ที่ยอดผิดทั้ง ภาษีขาย และภาษีซื้อ
ให้ยื่นแบบเพิ่มเติมแก้ไขยอดที่ผิดทั้ง 2 ด้านเลย
-หากมีภาษีต้องชำระก็จะต้องเสียทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (วิธีคำนวณดูได้ใน website
กรณีศึกษา)
-หากมีภาษีเกินก็ให้ขอคืน โดยลงชื่อในช่องการขอคืนภาษีค่ะ
ขอสอบถามค่ะ ทางบริษัทได้มีการจัดซื้อชุดยู
จนเมื่อ กค.63 จะทำเรื่องการจ่ายเงิน ถึงได้ทราบว่าทางซัพยื่นภาษี
กรณีแบบนี้แก้ไขอย่างไรได้บ้
1.หากทาง Supplier ยอมยกเลิกฉบับเดิมแล้วออกฉบับใหม่ให้ก็ไม่มีปัญหา
2.หาก Supplier ไม่ยอมดำเนินการให้ ใบกำกับภาษีจะเป็นเอกสารลงวันที่เดือน ธ.ค.62
ซึ่งจะบันทึกเป็นรายจ่ายในปี 2563 ไม่ได้เป็นรายจ่ายคนละรอบบัญชี
ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ไม่ได้ใช้เครมในแบบเกิน 6
เดือนแล้วก็จะขอคืนเป็นเงินสดได้เท่านั้น โดยยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือน ธ.ค.62
เพิ่มเติมและลงลายมือชื่อในช่องการขอคืนภาษีด้วยค่ะ
ขอสอบถามค่ะ บริษัทที่ทำงานอยู่มี 2 รูปแบบ คือ หสม กับ บริษัท แล้วออกใบกำกับสลับกันคือลูกค้
1.กรณีที่บริษัทได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 ไปแล้ว ให้แก้ไขดังนี้
1.1 บริษัทต้องเรียกคืนใบกำกับภาษีฉบับเดิม และประทับตราว่า”ยกเลิก”
แล้วเก็บรวมไว้กับสำเนาฉบับเดิม
1.2.จัดทำใบกำกับภาษีฉบับใหม่ในนาม หสม.ลง วันที่ เดือน ปี
และรายละเอียดให้ตรงกับฉบับเดิม
1.3 บริษัท ทำแบบ ภ.พ.30 ยื่นเพิ่มเติมเพี่อขอคืนภาษีขายที่ได้แจ้งไว้เกินของเดือนที่ออกใบกำกับภาษีผิดนั้น
1.4 หสม. ทำแบบ ภ.พ.30 ยื่นเพิ่มเติมเพี่อนำส่งภาษีขายที่ได้แจ้งไว้ขาดพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มของเดือนที่ออกใบกำกับภาษีผิดนั้นเช่นกัน
2.ในส่วนของลูกค้าก็ไม่ต้องแก้ไขในส่วนของการยื่นแบบ ภ.พ.30
เพียงแค่ต้องแก้ไขในรายงานภาษีซื้อในส่วนชื่อของผู้ขายสินค้าจากบริษัท เป็น หสม. เท่านั้นค่ะ
หนูขอสอบถามหน่อยคะ เหมือนเขายื่นภาษีไปก่อน แต่ไม่ได้ลงรายการในโปรแกรมทั้
หากยอดภาษีซื้อที่ยื่น แจ้งไว้ขาด
1.หากยอดที่แจ้งขาดไม่มาก และไม่อยากขอคืนให้ลงบัญชีส่วนต่างเป็น
“ภาษีซื้อที่ไม่ขอคืน” ซึ่งจะเป็นรายจ่ายต้องห้าม
2.หากยอดที่แจ้งขาดนั้นเป็นยอดสูง และอยากขอคืน ให้ทำแบบ ภ.พ.30
ของเดือนนั้นๆยื่นเพิ่มเติมพร้อมลงชื่อในช่องการขอคืนภาษี เพื่อขอคืนภาษีค่ะ
สอบถามเรื่องการยื่น ภพ 30 ทางอินเทอร์เน็ต ในกรณีที่มีภาษีที่ชำระเกินยกมา ระยะเวลายกมามากกว่า 6 เดือน ทางบริษัทได้บันทึกเป็นค่าใช้จ่
ระบบจะบอกตามปกติหากเราใส่ยอดภาษีชำระเกินไม่ถูกต้อง
แต่ถ้าเราคิดว่าจะไม่ใส่ก็กด OK และก็ไม่ต้องใส่ยอดแล้วก็ตกลงยื่นแบบไปได้ค่ะ
ซึ่งยอดที่เราข้ามไปไม่นำมาใส่ในเดือนนี้ก็จะนำมาใช้อีกไม่ได้
นอกจากขอคืนเป็นเงินสด
ดังนั้นหากเราไม่ขอคืนเป็นเงินสดก็ให้บันทึกเป็น “ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ไม่ขอคืน”
ซึ่งเป็นรายจ่ายต้องห้ามนะคะ
ยื่น ภ.พ.30 ของเดือน 2 ยอดซื้อกับยอดขายสลับกัน ทำให้มีเครดิตภาษี ยกไปใช้ในเดือน 3 ไม่ทราบว่าแบบนี้สามารถแก้ไขอย่
ให้นำยอดนั้นมาเทียบกับยอดที่ถูกต้อง ทั้งด้านภาษีขายและภาษีซื้อ
แล้วดูว่าภาษีไหนยื่นไว้เกินหรือยื่นไว้ขาด ก็ให้ทำแบบยื่นเพิ่มเติม
แก้ไขยอดไปตามนั้นโดย Tik ด้วยว่าภาษีไหนยื่นเกินหรือขาด
ผลลัพย์ที่ได้
1.หากมีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ก็จะต้องจ่ายภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
2.หากมีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย
จะต้องขอคืนเป็นเงินสดเท่านั้นจะยกยอดไปไม่ได้ค่ะ
ยื่นภ.พ.30ผิดเดือน เอายอดของเดือนมีนาคม63มายื่
ปล.ตอนนี้ยังไม่ได้ยื่นเดือนมี
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
1.ให้ยื่น 3/63 ตามปกติ
2.เดือน 4/63 ที่ยื่นยอดผิดไป ก็ให้นำยอดนั้นมาเทียบกับยอดที่ถูกต้อง
ทั้งด้านภาษีขายและภาษีซื้อ แล้วดูว่าภาษีไหนยื่นไว้เกินหรือยื่นไว้ขาด
ก็ให้ทำแบบยื่นเพิ่มเติม แก้ไขยอดไปตามนั้นโดย Tik
ด้วยว่าภาษีไหนยื่นเกินหรือขาดค่ะ
1. เดือนเมษายน ได้ออกเอกสารใบลดหนี้ให้กับคู่
2. เดือนมีนา และ เมษายน ที่ผ่านไม่มา ไม่มีการออกใบกำกับภาษีขายเลย และไม่มีภาษีซื้อเข้ามา
ลักษณะนี้ต้องกรอกเอกสารใน ภ.พ.30 อย่างไรค่ะ
รบกวนสอบถามค่ะ
ขอบคุณค่ะ
กรอกแบบ ภ.พ.30 ดังนี้
1.ให้นำยอดในใบลดหนี้ที่เราออก กรอกในข้อ.1 ,ข้อ.4 และข้อ.5 เป็นยอดติด(ลบ)
2.ยกยอดไปข้อ.9 และข้อ.12 เป็นภาษีที่ชำระเกิน
3.ให้ยกยอดไปใช้ในเดือนต่อไปนะคะ