เนื่องจากลืมยื่น1ใบ เราสามารถนำภาษีซื้อเดือน มี.ค64 ที่ยังไม่ได้เคลมภาษีมาหักลบกั
ได้เลยค่ะ แต่ยังไงก็ยังต้องคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
ให้เข้าไปดูวิธีการคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่มกรณีนี้ใน Website
หน้าบัญชีภาษีอากรนะคะ
ได้เลยค่ะ แต่ยังไงก็ยังต้องคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
ให้เข้าไปดูวิธีการคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่มกรณีนี้ใน Website
หน้าบัญชีภาษีอากรนะคะ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในเดือนไหน ก็ต้องนำส่งในเดือนนั้นนะคะ
กรณียื่นไม่ครบถ้วน ก็ให้ยื่นเพิ่มเติมของเดือนนั้นๆ จะเสียแค่เงินเพิ่ม 1.5% เท่านั้นค่ะ
ในเมื่อเดือนมีนาคม ได้ยกยอดชำระเกินเดือนกุมภาพันธ์ มาใช้แล้ว
(แต่เป็นยอดที่ผิด)
ดังนั้นในเดือนเมษายน ก็ให้ยกยอดภาษีชำระเกินในเดือนมีนาคม (ถ้ามี) มาใช้ได้
(ถึงแม้จะเป็นยอดที่ผิดก็ตาม)
ส่วนในเดือนมีนาคม ก็ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติมเพื่อแก้ไขยอดต่างๆให้ถูกต้องค่ะ
ปัจจุบันกรณีที่ออกภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนคู่ค้า
สรรพากรจะให้คำนวณแบบออกให้ตลอดไป คือ
= 3,455 x 3/97 = 106.86 เป็นยอดภาษี ณ ที่จ่ายที่ออกแทนคู่ค้า
ให้ลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายนั้นๆที่เราออกภาษีฯ แทน จากคำถามก็ให้ลง Dr.ค่าซ่อมรถ
กรณี คู่ค้าเป็นนิติบุคคล และไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ลง
Dr.ภาษีที่ออกแทนนิติบุคคล ซึ่งจะถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามค่ะ
ปกติแล้วภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ไม่ว่าจะจ่ายเองหรือบุคคลอื่นจ่ายแทน
ที่มียอดคงเหลือในบัญชีก็จะให้เหลือค้างไว้ในบัญชี
เพราะเมื่อสรรพากรเรียกตรวจปีไหนก็สามารถนำมาใช้ได้
แต่ถ้าตัดออกจากบัญชีแล้วก็จะไม่มียอดให้นำมาใช้ได้อีก
แต่ถ้าต้องการตัดออกจากบัญชีก็ให้ Dr.ภาษีเงินได้นิติบุคล Cr.ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย
และลงวันที่ๆตัดบัญชีเลยค่ะ
1. ลาซาด้าไม่ได้หัก VAT.7% ของราคาสินค้าเรานะคะ แต่สินค้าที่เราขายผ่านลาซาด้านั้นเป็นราคาที่รวม VAT แล้ว
2. การออกใบกำกับภาษี
2.1 ออกเป็นยอดประจำวัน ตามยอดรายงานที่ลาซาด้าแจ้งว่าส่งมอบสินค้าสำเร็จในแต่ละวันว่าเป็นยอดเท่าไหร่?
2.2 Tax Invoice/Receipt ของลาซาด้าที่ออกให้เรา จะเป็นค่า Service Fee ซึ่งจะมี VAT. 7% ส่วนนี้ส่งให้บัญชีได้เลย
แต่อย่าลืม จะต้องทำหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ค่าบริการ 3% จากยอดก่อน VAT.แล้วนำส่งสรรพากร และส่งใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ลาซาด้า เพื่อเรียกเก็บเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืนจากลาซาด้า กรณีที่ลาซาด้าเก็บค่าบริการเราเป็นยอดเต็ม (ยอดที่ยังไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย 3%)
3. ใบ Shipping fee receipt ที่ลาซาด้าส่งมาให้เราๆจะต้องทำหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ค่าขนส่ง 1% แล้วนำส่งสรรพากร และส่งใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ลาซาด้า เพื่อเรียกเก็บเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืนจากลาซาด้า กรณีที่ลาซาด้าเก็บค่าขนส่งเราเป็นยอดเต็ม(ยอดที่ยังไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย 1%)
ซึ่งกรณีภาษีหัก ณ ที่จ่ายนี้ ลาซาด้าให้เราสามารถมอบอำนาจให้ลาซาด้าทำการแทนเราได้
4.ให้ออกเป็นใบกำกับภาษีอย่างย่อ ค่ะ
ให้ยื่นแบบ ภ.พ.30 ของเดือนนั้นเพิ่มเติมในส่วนภาษีที่ชำระเกิน ยกมาสูงไปเท่าไหร่
ก็ให้ยื่นเพิ่มเติมเท่านั้น โดยกรอกยอดในข้อ 1.2 ภาษีซื้อที่แจ้งไว้เกิน
ได้ค่ะ ให้บริษัทบันทึกบัญชี ตามวันที่ในใบกำกับภาษี คือ เมษายน 2564 แต่
Cr.เจ้าหนี้ ไว้ก่อน พอเดือนพฤษภาคม 2564 ที่จ่ายเงินค่อยบันทึกการจ่ายเงินโดย
Dr.เจ้าหนี้ ออกค่ะ
Dr.กำไรสะสม xx
Cr.ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย xx
ปรับปรุงบันทึกภาษีเงินได้นิติบุคคลปี 25×0
จากคำถาม ยอดซื้อให้ใช้ยอดก่อน VAT คือ 799,060.75 นะคะ
ยอดขายก็เหมือนกัน ให้ใช้ยอดก่อน VAT ค่ะ
การหักภาษี ณ ที่จ่าย
1.กรณีซื้อสินค้า เมื่อมีการชำระค่าสินค้าจะไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย
2.กรณีใช้บริการ เมื่อผู้ใช้บริการจ่ายชำระค่าบริการก็จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย
กรณีที่พบกันบ่อยๆ เช่น
2.1จ่ายค่าจ้างทำของ จะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
2.2จ่ายขนส่ง จะหักภาษี ณ ที่จ่าย 1%
2.3จ่ายค่าโฆษณา จะหักภาษี ณ ที่จ่าย 2%
2.4จ่ายค่าเช่า จะหักภาษี ณ ที่จ่าย 5%
เมื่อมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ผู้หักฯ จะต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ
ที่จ่ายให้กับผู้ถูกหักฯ ด้วย
ซึ่งการหักภาษี ณ ที่จ่ายจะมีรายละเอียดและหลักเกณฑ์อีกมาก
แนะนำให้ไปหาอ่านให้ครบถ้วนนะคะ
1.เมื่อเขาหักบริษัท 3% และไม่ยอมแก้ไขให้ ก็บันทึกบัญชีไปตามนั้นเลย
ใบเสร็จไม่ต้องแก้ไขก็ได้ค่ะ
2.หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ได้รับในเดือน มีนาคม แต่ในหนังสือรับรองฯ
น่าจะลงวันที่ๆจ่ายเงินคือ มกราคม นะ ซึ่ง ณ วันที่เรารับเงิน 99 บาท ก็ให้บันทึก
ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 1 บาทไปด้วยเลยค่ะ
3.ย่อมทำได้ค่ะ ก็ให้บันทึก ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 1 บาท และจ่ายเงิน 1 บาท
4.กรณีนี้ไม่มีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายเหรอ ถ้าไม่มีก็ออกใบเสร็จเพิ่มเลย
เคยออกค่าอะไรก็ออกเป็นค่านั้น และถือเป็นรายได้ในรอบที่ออกใบเสร็จเพิ่มเลยค่ะ
จากคำถามจะต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ภายใน 15 วันหลังจากวันทำสัญญาโอนหุ้น
ในอัตราทุก 1,000 ต่ออากร 1 บาท
ในเมื่อเอกสารการหักภาษี ณ ที่จ่ายลงวันที่ 30/12/2563
การบันทึกการรับเงินจะต้องเป็นวันที่ 30/12/2563
และหากเป็นธุรกิจบริการที่ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อมีการรับชำระเงินด้วย
ใบกำกับภาษีก็จะต้องลงวันที่ 30/12/2563 ด้วยเช่นกัน
จากคำถาม
1.ภาษีหัก ณ ที่จ่ายลงวันที่ 30/12/2563 นำไปใช้ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ได้เลยค่ะ
แต่ให้ดูด้วยว่ายอดที่ไม่ได้บันทึกการรับเงินนั้นกระทบต่อยอดภาษีเงินได้นิติบุคคลหรื
อไม่? หากกระทบก็ให้ปรับปรุงรวมใน ภ.ง.ด.50 ปี 2563
2.ส่วนในด้านบัญชี สามารถปรับปรุงบันทึกในปี 2564 ได้ค่ะ
กรณีที่ลืมยกยอด VAT ชำระเกินเดือนก่อนมาใช้
จะไม่สามารถยกยอดมาใช้ได้อีกต่อไป จะทำได้ก็คือ ยื่นแบบ ค.10 ขอคืน VAT
ชำระเกินที่ลืมยกยอดมานั้น โดยแนบเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วย
แต่หากมียอดไม่มากและไม่อยากขอคืนก็ให้บันทึกยอดนั้นเป็น “ภาษีซื้อที่ไม่ขอคืน”
นะคะ
คงต้องคุยกันระหว่างร้านคอมฯกับเราผู้ซื้อนะคะ ว่าจะตกลงกันยังไงค่ะ
กรณีที่การยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 ที่มียอดเงินได้ ยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่นำส่งถูกต้อง
แต่ชื่อ หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ผิด
ให้ไปติดต่อสรรพากรพื้นที่ สรรพากร-ส่วนกรรมวิธี-งานภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ถ้าผู้มีอำนาจไปเองไม่ได้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจให้พนักงานผู้มีหน้าที่ไปทำการยื่น
ป.ป.01 ที่ส่วนกรรมวิธี-งานภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เพื่อแก้ไขชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้ถูกต้องค่ะ
การออกใบเสร็จรับเงิน สำหรับการขายสินค้าพร้อมติดตั้ง
1.คิดค่าสินค้าพร้อมค่าติดตั้งรวมเป็นยอดเดียวกัน ถือเป็นขาย
ไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
2.คิดค่าสินค้าและค่าติดตั้ง แยกกันแต่อยู่ในฉบับเดียวกัน
เฉพาะค่าติดตั้งที่แยกออกจากค่าสินค้า หักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
3.คิดค่าสินค้าและค่าติดตั้ง แยกคนละฉบับ เฉพาะค่าติดตั้งที่แยกออกจากค่าสินค้า
หักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
ให้นำใบลดหนี้นั้นลงในรายงานภาษีซื้อเดือน พ.ค.64 แต่ลงเป็นยอด (ติดลบ) นะคะ
และให้บันทึกบัญชีลดยอดค่าเช่าสถานที่และภาษีซื้อลงด้วยค่ะ
ให้บันทึกส่วนที่จ่ายเกินไป เป็น Dr.ค่าใช้จ่ายภาษีอื่น เลยนะคะ
ขายสินค้าและมีการรับชำระเงินผ่าน App เลย ก็บันทึกเป็นขายสดซิคะ
จะไม่บันทึกลูกหนี้ค่ะ
การออกใบเสร็จรับเงินใหม่ 2 ยอด 2
ใบนั้นจะต้องเป็นใบเสร็จรับเงินอย่างเดียวแยกต่างหากจากใบกำกับภาษีหรือเอกสาร
อื่นที่ออกเป็นชุดนะคะ ก็รันเลขที่แยกไปได้เลย
ส่วนเอกสารใบเสร็จรับเงินฉบับที่ออกเป็นชุดกับใบกำกับภาษีและเอกสารอื่นนั้น
ก็ให้ปั้ม ”ยกเลิก”ค่ะ
ต้องพิจารณาจาก Business Model ของทางบริษัทก่อนว่า งานหลักของบริษัทคืออะไร
หาก บริษัทรับเอาวัตถุดิบจากฮ่องกงมาประกอบ และส่งกลับไป บริษัทได้รับเพียงค่าแรง กรณีนี้วัตถุดิบที่นำเข้าและสินค้าส่งออกไปจะเป็น non-commercial value และจะเหลือเพียงลูกหนี้ (ค่าแรง) ที่เรียกเก็บจากฮ่องกง กรณีนี้พิจารณาได้จาก หากกล้องเสียหายระหว่างการขนส่ง บริษัทต้องรับผิดชอบหรือไม่ ซึ่งถ้าเราไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ในวัตถุดิบหรือสินค้าที่ผลิตเสร็จ ก็อาจถือได้ว่า Business model ของกิจการคือรับจ้างประกอบ เราไม่ได้รับผิดชอบในตัวสินค้า
แต่หาก กิจการรับผิดชอบในวัตถุดิบที่นำเข้า ต้องดูแลทั้งกระบวนการนำเข้า ผลิต จัดเก็บและส่งออก ต้องชำระค่าสินค้า (วัตถุดิบ) ที่นำเข้ามา โดยหัก กลบจากลูกหนี้ค่าขาย กรณีนี้ กิจการจะมี Inventory ในงบการเงิน และลูกหนี้ เจ้าหนี้ ซึ่งทั้งส่วนที่นำเข้า และส่งออกต้องผ่านระบบศุลกากรแบบ commercial value โดยกรณีนี้พิจารณาจากเนื้อหาว่ากิจการรับผิดชอบ (ความเสี่ยง) ในสินค้าหรือไม่ และกระแสเงินสดหลัก (รายได้) มาจากการขายสินค้าหรือไม่ครับ
หากยังไม่ส่งมอบให้ลูกค้า หรือส่งมอบแล้วแต่สามารถตามมายกเลิกได้
แล้วออกใหม่โดยลงวันที่และมีรายละเอียดเหมือนเดิมทุกอย่าง
แก้ไขเฉพาะเลขที่เท่านั้น ย่อมสามารถทำได้ค่ะ
1.สมุดรายวันทั่วไป – แนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง
Dr.ลูกหนี้-ก
Cr.รายได้รอการรับรู้
Cr.ภาษีขายที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ
2.สมุดรายวันรับเงิน – การออกใบกำกับภาษีให้ออกตามวันที่ๆระบุในเช็คนะคะ –
แนบเอกสาร 2+3
Dr.เงินฝากธนาคาร
Dr.ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย
Dr.รายได้รอการรับรู้
Dr.ภาษีขายที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ
Cr.รายได้ค่าบริการ
Cr.ภาษีขาย
3.เช็คระหว่างรอการเรียกเก็บ
ให้ใช้กรณีปิดบัญชีและกระทบยอดเงินฝากธนาคารดีกว่ามันจะได้ไม่ซับซ้อนไปมาก
การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย หากเป็นยอดที่มี VAT ก็ให้หักจากยอดก่อน VAT
แต่หากไม่มี VAT ก็หักจากยอดเต็มค่ะ
หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากยอด 130.- บาทค่ะ
ปกติเวลาเราออกใบกำกับภาษี เราก็จะรันเลขที่ตามวันที่ไปเรื่อยๆ
กรณีนี้แสดงว่าเราเอาวันที่6-7 มาออกที่หลังวันที่ 8 ก็ไม่เป็นไรค่ะ
สำคัญอยู่ที่ยื่นภาษีขายให้ถูกต้อง และถูกเดือนก็ได้แล้วละ ไม่ผิดค่ะ